เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

ความก้าวหน้าของกฎหมายไทย....พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความผู้บริโภค 2551

by twoseadj @August,20 2008 20.07 ( IP : 117...219 ) | Tags : ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์
photo  , 250x177 pixel , 15,438 bytes.

บทความ โดย นายชัยรัตน์ จุมวงษ์ กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาทนายความ
อนุกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ(สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความผู้บริโภค 2551

                    ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 นี้ ได้มีความก้าวหน้าในกระบวนการยุติกรรมในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ปรากฎขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นั่นก็คือได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความผู้บริโภค พ.ศ.2551
ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น คุณภาพของสินค้าและบริการ ตลอดจนเทคนิคทางการตลาดของผู้ประกอบธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่เรื่อยๆ ทำให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ จนเกิดข้อพิพาทขึ้นมากมาย กระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายต้องใช้เวลานานและยุ่งยาก ดังนั้นจึงเป็นการสมควรให้มีระบบวิธีพิจารณาคดีที่เอื้อต่อการใช้สิทธิเรียกร้องของผู้บริโภค และขณะเดียวกันจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ พร้อมหันมาพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น
กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายในส่วนแพ่ง โดยเป็นกฎหมายเพื่อการเยียวยาด้วยความรวดเร็วให้แก่ผู้บริโภค มีบุคลากรของศาลช่วยดำเนินการของคดีให้แก่ศาลรวมอยู่ด้วย และเน้นการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นหลัก ก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยานโจทก์และจำเลย ดังนั้นคดีผู้บริโภค จำนวนมากจะยุติลง หรือจบลงด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างแน่นอน (ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ใช้วิธีการไกล่เกลี่ยเป็นหลักเช่นกัน และสามารถยุติลงได้จำนวนมาก)
กรณีที่มีปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จะเป็นผู้วินิจฉัย และคำวินิจฉัยที่ให้เป็นที่สุด
ในเรื่องอายุความนั้น ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น และข้อเท็จจริงบางอย่าง เช่น ถ้าเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือ อนามัย อายุความใช้สิทธิเรียกร้องจะเป็นภายใน 3 ปี หรือ 10 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหาย นอกจากนี้ หากมีการเจรจาเกี่ยวกับค่าเสียหายต่อกับอายุความจะสะดุดหยุดอยู่ไม่เคลื่อนในขณะนั้นเป็นต้น
กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องการฟ้องผู้บริโภคนั้น กฎหมายกำหนดให้ฟ้องได้เฉพาะผู้บริโภคเท่านั้น ที่สำคัญอย่างยิ่ง การฟ้องคดีผู้บริโภค โจทก์จะฟ้องด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือก็ได้ โดยจะมีเจ้าพนักงานคดีทำการบันทึกรายละเอียดคำฟ้องให้
และถ้าเป็นประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการผลิต การประกอบ การออกแบบ หรือส่วนผสมของสินค้า การให้บริการ หรือการดำเนินการใดๆ ภาระการพิสูจน์ในประเด็นเหล่านี้ จะตกแก่ผู้ประกอบธุรกิจ
หากเป็นกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีผู้บริโภคใดแล้วต่อมาภายหลังปรากฏว่ามีการฟ้องกับผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวกันอีกโดยมีข้อเท็จจริงที่พิพากษาเป็นอย่างเดียวกันกับคดีก่อน ศาลในคดีหลังอาจมีคำสั่งให้ถือว่าข้อเท็จจริงในประเด็นเป็นอันยุติไม่ต้องสืบพยานหลักฐานใหม่
นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นของกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามถือว่ากระบวนการเรียกร้องของผู้บริโภคเริ่มมีการพัฒนามามาก ที่มาhttp://www.consumerthai.org/cms/index

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Post new comment

« 6731
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง