เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้

บทความ

อาหารหมดอายุ" เสี่ยงกินหรือตัดใจทิ้ง !?!

by twoseadj @January,06 2010 10.35 ( IP : 113...4 ) | Tags : บทความ , อาหาร
photo  , 500x455 pixel , 102,517 bytes.

เทศกาลปีใหม่หลายคนตื่นเต้นยินดีที่ได้กระเช้าของขวัญมากมาย แต่บางคนถึงกับต้องบ่นอุบ เมื่อพบว่าขนมนมเนยในกระเช้าของขวัญราคาแพงที่เพิ่งได้มาหมาดๆ จวนเจียนจะถึงวันหมดอายุในอีกวันสองวัน แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดีถ้ามีมากมายจนกินไม่ทันก่อนวันหมดอายุ

อีกทั้งบ่อยครั้งที่เราซื้อนม ขนมปัง หรืออาหารที่มีวันหมดอายุ แล้วกินไม่ทัน หรือเก็บไว้จนลืม พอนึกขึ้นได้อีกทีก็เลยวันหมดอายุไปแล้ว จะทิ้งก็เสียดาย ครั้นจะกินเข้าไปก็ไม่วายกลัวอาหารเป็นพิษ เรื่องนี้ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ มีคำอธิบายจาก นางดรุณี เอ็ดเวิร์ดส นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย หรือ โฟสแตต (FoSTAT)

นางดรุณีอธิบายว่า โดยทั่วไปการบอกวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์อาหารจะมี 2 แบบ คือ ควรบริโภคก่อน (Best Before) และ วันหมดอายุ (Expired Date) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักสับสนกันว่าทั้ง 2 คำนี้หมายถึงวันหมดอายุ แต่ที่จริงแตกต่างกันคือถ้าเป็น Expired Date หมายถึง หลังจากวันนั้นแล้วห้ามรับประทานหรือไม่ควรบริโภค แต่ถ้าเป็น Best Before หมายถึง อาหารจะมีลักษณะและรสชาติดีจนถึงวันนั้น และอาจเปลี่ยนแปลงไปหลังจากวันนั้น แต่ไม่มีปัญหาในเชิงความปลอดภัย จึงยังสามารถรับประทานได้โดยไม่มีอันตราย

"หากเราจะบริโภคหลังจากวันหมดอายุที่เขาระบุไว้ อันที่จริงมันไม่มีอันตราย เพราะในเรื่องของการทำการศึกษา ว่า หมดอายุเมื่อไหร่ หรือว่าบริโภคก่อนเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ เขาจะมีค่าความปลอดภัย (Safety factor) ของอาหารแต่ละชนิดหลังวันดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ตามกฎหมายให้ยึดถือตามวันที่ระบุบนฉลากว่าเป็นวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์นั้นๆ" นางดรุณีแจง และยกตัวอย่างอาหารแต่ละประเภทที่มีการระบุวันหมดอายุว่า หากเลยวันหมดอายุไปแล้ว ควรจะบริโภคดีหรือไม่ ดังต่อไปนี้

ผลิตภัณฑ์นมและน้ำผลไม้

  • นมพาสเจอร์ไรส์ (pasteurization) มักบรรจุในถุงหรือขวดพลาสติก และมีอายุการเก็บรักษาสั้นเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ และต้องเก็บรักษาในที่อุณหภูมิต่ำ เพราะผ่านการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิไม่สูงมาก ทำลายเฉพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย แต่ยังมีเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งเมื่อมีมากเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จึงไม่แนะนำให้บริโภคหากเลยวันหมดอายุแล้ว

  • นมสเตอริไลส์ (sterilization) ที่มักบรรจุในกระป๋อง และ นมยูเอชที (Ultra High Temperature) ที่มักบรรจุกล่อง นมประเภทนี้จะผ่านการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูงมาก จึงสามารถเก็บไว้ได้ที่อุณหภูมิห้องในภาชนะปิดสนิทเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน แต่หากเกินกว่านั้นไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน ก็ยังสามารถบริโภคได้อยู่ แต่ทางที่ดีนั้นไม่ควรบริโภคเมื่อพบว่าหมดอายุแล้ว

สำหรับน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มบรรจุขวด กล่อง และกระป๋องนั้นก็มักผ่านกรรมวิธีการผลิตและมีวิธีการเก็บรักษาคล้ายกับผลิตภัณฑ์นม

ขนมปังและเบเกอรี่

  • ขนมปังอบกรอบ แครกเกอร์ หรือคุกกี้ มักไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องเชื้อจุลินทรีย์เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อบจนแห้งมาก ไม่ค่อยพบการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้เก็บรักษาได้นาน ทว่าวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักเป็นสิ่งที่รับประกันคุณภาพ ในเรื่องรูปร่างหน้าตาและความกรอบอร่อย เพราะถ้าเก็บไว้นานเกินไป ก็จะมีโอกาสดูดความชื้นจากบรรยากาศได้และทำให้หายกรอบและไม่อร่อย แม้จะยังไม่เสียก็ตาม

  • ขนมปังปอนด์และขนมปังอบทั่วไป ซึ่งไม่ได้ใช้ความร้อนสูงมากเท่าขนมปังกรอบ มักมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 10 วัน และหากเก็บรักษาในที่แห้ง อุณหภูมิต่ำ หรือในตู้เย็น ก็สามารถยืดอายุได้ราว 2-3 วัน และยังสามารถรับประทานได้อยู่ แต่หากมีการเก็บไว้บริโภคซ้ำหลายวัน การเปิดปิดภาชนะบรรจุบ่อยครั้ง และเก็บรักษาไม่ดีพอ ก็อาจทำให้อายุการเก็บรักษาสั้นลงได้ เพราะความชื้นจากอากาศและเชื้อจุลินทรีย์ภายนอก ที่ปนเปื้อนเข้าไปจะทำให้ขนมปังเสียได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ขนมปังโดยทั่วไปมักเสียเนื่องจากเชื้อรา และสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากพบว่ามีเชื้อราหรือมีเส้นใยฟูๆ ขึ้นตามขนมปัง ก็ไม่ควรรับประทานอีกต่อไป

อาหารกระป๋อง

อาหารกระป๋องโดยทั่วไป มีอายุการเก็บรักษานานกว่าอาหารในบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น เพราะผ่านกระบวนการผลิตที่มีการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อย่างดีมาก จึงมักเก็บรักษาได้นานประมาณ 1-2 ปี เช่น ผลไม้กระป๋อง และปลากระป๋อง และหลังจากเลยวันหมดอายุไปแล้วไม่กี่วันก็ยังสามารถรับประทานได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ลักษณะหรือสีสันอาจแปรเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้น

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ที่วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตมักระบุวันหมดอายุไว้ด้วย และส่วนใหญ่เก็บรักษาอยู่ในที่อุณหภูมิต่ำตลอดเวลา รวมทั้งผ่านกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างสะอาด และการแบ่งจำหน่ายก็มักไม่มีการสัมผัสกับเนื้อสัตว์โดยตรง จึงลดโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในระดับหนึ่ง และโอกาสเน่าเสียก็จะน้อยกว่าเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในตลาดสดทั่วไป

ดังนั้นแม้จะเลยวันหมดอายุที่ระบุไว้แล้ว แต่หากยังมีลักษณะที่ดี มีสีสันสดตามธรรมชาติ และไม่มีเมือก ก็ยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้ และหากเก็บรักษาแช่แข็งไว้ในตู้เย็นก็จะช่วยยืดอายุและรักษาคุณภาพไปได้อีกหลายวัน

อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมโฟสแตตแนะนำเพิ่มเติมว่า การบริโภคอาหารทุกชนิด จะต้องดูลักษณะหน้าตาของอาหารก่อนเป็นอันดับแรก ว่าผิดปกติไปจากธรรมชาติที่ควรเป็นหรือไม่ เช่น มีเส้นใยฟูๆ หรือ มีลักษณะเป็นเมือกหรือไม่ ถ้ามีก็ไม่ควรซื้อและไม่ควรรับประทาน หรือหากซื้ออาหารมาแล้วควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำ ซึ่งจะช่วยควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ได้ หรืออาจทำให้สุกก่อนรับประทาน

ทั้งนี้ หากอาหารยิ่งใกล้วันหมดอายุ ก็ควรรีบรับประทานให้หมดเสียก่อน และหากพบว่าเลยวันหมดอายุแล้ว ไม่ควรรับประทานจะดีที่สุด.

จาก ASTV online ฉบับวันที่ 2 มกราคม 2553

แสดงความคิดเห็น

« 6495
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง