เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้

ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์

ชี้นักเรียนแบกกระเป๋าไป รร. หนักเกินตัว 20%

photo  , 250x250 pixel , 14,650 bytes.

นักกายภาพบำบัดชี้เด็กนักเรียนไทย 80% แบกกระเป๋านักเรียนเกินน้ำหนักตัว 20% อาจเสี่ยงทำให้โครงสร้างร่างกายผิดปกติ โดยเฉพาะทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

นางบัณลักข ถิรมงคล ผอ.คลินิกกายภาพบำบัด ดีสปายน์ ไคโรแพรคติก เปิดเผยว่า สภาพร่างกายและโครงสร้างทางร่างกายของเด็กไทยในยุคปัจจุบันผิดปกติไปจากเดิมมาก ทั้งนี้เป็นผลมาจากการดำรงชีวิตที่ไม่สมดุล ทั้งการเดิน นั่ง นอน หรือแม้แต่การแบกกระเป๋าหนักๆ จากข้อมูลของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคระบุว่า เด็กนักเรียนในระดับชั้น ป.1, ป.2 และ ป.3 ไม่ควรแบกกระเป๋าหนักเกินร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว แต่ในปัจจุบันกลับพบว่ากระเป๋านักเรียนของเด็กๆ มีน้ำหนักเกินกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัว สมมติว่าน้ำหนักตัว 30 กิโลกรัม กระเป๋านักเรียนจะต้องไม่หนักกว่า 3 กิโลกรัม แต่ประมาณ 80% ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ใช้กระเป๋าหนักเกินร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัว ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติและไม่เหมาะสมกับวัย จะส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลัง ทำให้ความโค้งของกระดูกสันหลังผิดรูปร่างได้

นางบัณลักข กล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่จะใช้กระเป๋าประเภทสะพายไว้ข้างหลัง ทำให้น้ำหนักของกระเป๋ากดทับโดยตรงที่กล้ามเนื้อต้นคอ ไหล่ หลัง และกระดูกสันหลัง ทำให้เด็กประมาณ 29% มีอาการปวดคอ ไหล่ หลัง หรือแม้กระทั่งอาการปวดศีรษะ หากไม่ได้รับการดูแล การกดทับโดยน้ำหนักกระเป๋าจะลงไปสู่กระดูกสันหลังของเด็กและหมอนรองกระดูกอาจจะเกิดปัญหาได้ หากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จะเกิดผลเสียต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและสุขภาพของนักเรียนต่อไปในอนาคต

สำหรับแนวทางการป้องกันนั้น นางบัณลักขให้คำแนะนำว่า วิธีดีที่สุดก็คือ ใส่สัมภาระในกระเป๋านักเรียนน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว และที่สำคัญกระเป๋าก็จะต้องมีขนาดและรูปร่างที่พอดีกับตัวของเด็ก โดยจัดวางสิ่งของในกระเป๋าอย่างเหมาะสม ให้กระจายน้ำหนักเท่ากันทั้ง 2 ด้าน หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของหนักเพียงด้านเดียว

"ถ้าหากเป็นกระเป๋าสำหรับสะพายไหล่ ควรจะมีความกว้างมากกว่า 6 ซม. เพราะสายเล็กจะทำให้เกิดการกดทับบริเวณไหล่ได้ และอาจกดลึกจนมีผลต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้ และควรปรับสายสะพายเพื่อให้กระเป๋าแนบบริเวณหลัง ไม่ห้อยต่ำ ก้นกระเป๋าต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าบั้นเอว ควรแนะนำเด็กให้เดินตัวตรง ไม่เอนตัวไปข้างหน้าหรือทำหลังค่อมเพื่อรับน้ำหนัก"

นางบัณลักข กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าหากเด็กเกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ หรือปวดศีรษะ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบโครงสร้างร่างกาย เพราะหากเกิดการกดทับของแนวเส้นประสาทแล้วจะทำให้ระบบต่างๆ ที่สัมพันธ์กันถูกรบกวน ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ในปัจจุบันได้มีการนำเอาศาสตร์การแพทย์ไคโรแพรคติกมาใช้ ป้องกันรักษาเกี่ยวกับระบบโครงสร้างของร่างกายแบบไม่ใช้ยาหรือผ่าตัด ขั้นตอนการตรวจรักษาจะใช้มือเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับเทคนิคการรักษาของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างร่างกายที่มีปัญหากลับเข้าที่ ก็จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล อาการปวดหรือเจ็บป่วยก็จะลดลง ทั้งยังส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย.

แสดงความคิดเห็น

« 9964
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง