Home Joomla! Default บทความมาใหม่ กินอย่างไร ช่วยลดภาวะโลกร้อน
กินอย่างไร ช่วยลดภาวะโลกร้อน PDF พิมพ์ อีเมล
วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2011 เวลา 04:26 น.

ภัยพิบัติที่ปรากฏเกิดขึ้นทุกมุมโลกรวมทั้งประเทศไทยในขณะนี้ ได้แก่ ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหว พายุรุนแรง ฝนแล้ง ล้วนมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก หรือที่เรียกสั้นๆว่าการเกิดภาวะโลกร้อน โดยมีสาเหตุมาจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ที่ส่งผลทำให้มีปริมาณก๊าซหลายชนิดในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่มีอยู่เดิมในธรรมชาติ เช่น การเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงต่างๆในระบบขนส่ง การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำทุ่งหญ้าเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์  มูลสัตว์จำนวนมากทำให้เกิดก๊าซมีเทน ทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนจัดเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณสมบัติเก็บกักความร้อนเหมือนเรือนกระจกที่ใช้ปลูกพืชในเมืองหนาวเมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก จะเก็บกักรังสีความร้อนของดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลกไม่ให้สะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้น เกิดเป็นภาวะโลกร้อน

แม้เราจะเป็นมนุษย์ตัวเล็กๆไม่สามารถแก้ไขมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่เราก็ควรตระหนักว่าด้วยการกินอาหารในชีวิตประจำวันแต่ละมื้อก็ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนได้เช่นกัน

 ถ้าเช่นนั้น กินอย่างไรล่ะ จึงจะช่วยลดภาวะโลกร้อน

ลดการกินเนื้อสัตว์ เพิ่มการกินอาหารจากพืช 

การทำปศุสัตว์เพื่อผลิตเนื้อสัตว์ นม เนย จะใช้พื้นที่ถึง 17 เท่า เมื่อเทียบกับการปลูกถั่วเหลืองเพื่อให้ได้โปรตีนในปริมาณเท่าๆกันรวมทั้งต้องใช้น้ำมากกว่าด้วย

การผลิตปศุสัตว์มีผลเพิ่มการตัดไม้ทำลายป่า จากการรายงานของสหประชาชาติระบุว่ามากกว่าร้อยละ 70 ของป่าอะเมซอนถูกโค่นลงเพื่อทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

มูลสัตว์จำนวนมากเป็นแหล่งเกิดก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล และก๊าซมีเทนทำเท่าให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 21 เท่า

ถ้าแต่ละคนงดการกินเนื้อสัตว์ 1 ปี จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้คนละ1.5 ตันต่อปี

เพื่อให้ร่างกายยังคงได้รับโปรตีนคุณภาพดีและเพียงพอ เมื่อลดการกินเนื้อสัตว์ แนะนำให้กินถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ทดแทน เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำถั่วขาว  ถั่วเหลือง  เต้าหู้แข็ง  เต้าหู้อ่อน  ตัวอย่างเช่นใน 1วัน เราต้องกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์วันละ 6 ช้อนกินข้าว ก็ลดการกินเนื้อสัตว์เป็นวันละ 2 ช้อนกินข้าว ส่วนที่เหลืออาจจะกินเป็นถั่วเหลือง เต้าหู้ โดยเนื้อสัตว์ 1 ช้อนกินข้าวให้ปริมาณเท่ากับถั่วเหลืองสุก 1 ช้อนกินข้าว

กินอาหารสดมากกว่าอาหารที่ผ่านกระบวนการ

การกินอาหารสด หมายถึง การซื้อเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้สดมาปรุงเป็นอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการ เช่นอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง เพราะอาหารที่ผ่านกระบวนการมีขั้นตอนการผลิตที่ทำให้สิ้นปลืองพลังงานอย่างมากและต้องใช้ภาชนะบรรจุ เช่น กระป๋อง กล่อง การผลิตกระป๋องหรือกล่องก็ต้องใช้พลังงาน สำหรับอาหารแช่แข็ง ในขั้นตอนการขนส่งจะต้องเก็บในที่เย็นตลอดเวลาทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน แม้กระทั่งเมื่อจะกินยังต้องใช้พลังงานในการอุ่นอาหาร ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะโลกร้อน

กินอาหารตามฤดูกาล

การกินอาหารตามฤดูกาลเป็นสิ่งที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้  เนื่องจากพืชผัก ผลไม้ต่างๆที่ออกดอกออกผลตามฤดูกาลนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใส่ฮอร์โมนหรือสารเคมีเพื่อให้มีผลผลิตตามต้องการ ดังนั้นถ้าเราต้องการกินมะม่วงก็ต้องกินในช่วงฤดูร้อน และถ้าเป็นฤดูกาลอื่นที่ไม่ใช่ฤดูร้อน เราก็เลือกกินผลไม้ชนิดอื่นได้ เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า

สำหรับผักมีให้เลือกมากมายทุกฤดุกาลเพราะผักเป็นพืชที่ใช้เวลาระยะสั้นก็สามารถเก็บผลผลิตมาทำเป็นอาหารได้แล้ว

กินอาหารประจำท้องถิ่น

การกินอาหารประจำท้องถิ่นเป็นการลดขั้นตอนในการขนส่ง การเก็บรักษา และลดการคัดทิ้ง ซึ่งจะใช้พลังงาน และก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าอาหารแบบอุตสาหกรรม และยังได้คุณค่าทางโภชนาการที่ทั้งสด ใหม่ รสชาติอร่อยตามฤดูกาล ราคาถูก เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมคุณค่าด้านภูมิปํญญาของชาวบ้านและศิลปวัฒนธรรมในแต่ละภาคอีกด้วย

ที่มา: หนังสือ กินแบบลดโลกร้อน จัดพิมพ์เผยแพร่โดย กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2011 เวลา 05:15 น.
 

รูปภาพมาใหม่

Left direction
Right direction